
ถั่วลิสง เป็นพืชอายุสั้นที่เหมาะสำหรับปลูกหลังนา ปลูกหมุนเวียน และใช้เป็นรายได้เสริม เพราะใช้น้ำน้อยกว่าข้าวนาปรังและช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในระบบปลูก อย่างไรก็ตาม กำไรไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาต่อกิโลกรัมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่าจะขายเป็น ฝักสดสำหรับต้ม หรือ ฝักแห้งสำหรับกะเทาะและแปรรูป รวมถึงค่าแรงถอน ปลิดฝัก คัด และตากลดความชื้น
สรุปแบบจำลองถั่วลิสงฝักสด 1 ไร่
- เงินลงทุนตัวอย่าง: ประมาณ 12,500 บาท
- ผลผลิตขายได้ที่ใช้คำนวณ: 600 กิโลกรัมฝักสด
- ต้นทุนเฉลี่ย: ประมาณ 20.83 บาท/กิโลกรัม
- อายุเก็บเกี่ยวฝักสดโดยทั่วไป: ประมาณ 80–100 วัน ขึ้นกับพันธุ์และตลาด
- ราคาคุ้มทุน: ประมาณ 20.83 บาท/กิโลกรัม ที่ผลผลิต 600 กิโลกรัม
ตัวเลขนี้เป็นแบบจำลองวางแผน ไม่ใช่การรับประกันรายได้ แปลงที่ผลผลิตต่ำ ค่าแรงสูง หรือมีฝักเสียมากจะมีต้นทุนต่อกิโลกรัมสูงขึ้น ควรขอราคาจริงและเงื่อนไขคัดเกรดจากผู้รับซื้อในพื้นที่ก่อนปลูก
ก่อนปลูกต้องตอบให้ได้ว่าจะขาย “สด” หรือ “แห้ง”
ตลาดสองแบบใช้วิธีจัดการหลังเก็บเกี่ยวต่างกัน จึงไม่ควรนำราคาฝักสดกับฝักแห้งมาเปรียบเทียบตรง ๆ น้ำหนักฝักแห้งลดลงจากการสูญเสียน้ำ และผู้รับซื้ออาจกำหนดความชื้น ขนาดเมล็ด เปอร์เซ็นต์กะเทาะ และสิ่งเจือปนต่างกัน
| รูปแบบขาย | จุดเด่น | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| ฝักสดสำหรับต้ม | ได้เงินเร็ว ไม่ต้องตากหลายวัน เหมาะกับโรงต้มและตลาดสดใกล้พื้นที่ | อายุเก็บรักษาสั้น ต้องเก็บและส่งตามรอบ ฝักต้องเต็มและไม่แก่เกินไป |
| ฝักแห้ง | เก็บได้นานกว่า มีตลาดกะเทาะ คั่ว และแปรรูป | ต้องตากหรืออบให้แห้งเร็ว คุมความชื้น เชื้อรา และอะฟลาทอกซิน |
พันธุ์ถั่วลิสงที่ควรรู้จัก
กรมวิชาการเกษตรเผยแพร่ข้อมูลพันธุ์ที่ใช้ในประเทศไทยหลายพันธุ์ ตัวเลือกที่เหมาะต้องดูตลาด สภาพดิน ฤดูปลูก และแหล่งเมล็ดพันธุ์ ไม่ควรเลือกจากคำว่า “ผลผลิตสูง” เพียงอย่างเดียว
- ไทนาน 9: อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95–110 วัน ปรับตัวได้ดี เปลือกฝักค่อนข้างเรียบและเปอร์เซ็นต์กะเทาะสูง
- ขอนแก่น 6: เมล็ดโต ฝักขาว ผลผลิตสูง อายุเก็บเกี่ยวราว 119 วัน และมีความต้านทานโรคยอดไหม้
- ขอนแก่น 9: เมล็ดโต อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95–115 วัน
ถ้าขายโรงต้ม ให้ถามผู้รับซื้อว่าต้องการขนาดฝัก สีเปลือก ความแก่ และพันธุ์ใด หากขายฝักแห้ง ให้ถามมาตรฐานความชื้น เปอร์เซ็นต์กะเทาะ และวิธีคิดสิ่งเจือปนก่อนซื้อเมล็ดพันธุ์
เมล็ดพันธุ์ ระยะปลูก และจำนวนต้น
แนวทางกรมวิชาการเกษตรระบุอัตราเมล็ดพันธุ์โดยทั่วไปประมาณ 15–20 กิโลกรัมต่อไร่สำหรับเมล็ดขนาดปานกลาง และ 20–25 กิโลกรัมต่อไร่สำหรับเมล็ดขนาดใหญ่ โดยเมล็ดควรใหม่ มีความงอกดี และกะเทาะใกล้วันปลูกเพื่อลดความเสียหาย
ตัวอย่างระยะปลูกที่ใช้กันคือประมาณ 50 × 20 เซนติเมตร หยอด 2–3 เมล็ดต่อหลุม แต่ต้องปรับตามลักษณะทรงต้น พันธุ์ เครื่องมือกำจัดวัชพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน เมล็ดไม่ควรลึกเกินไปในดินเหนียวหรือช่วงฝนชุก เพราะงอกช้าและเสี่ยงเน่า
ตารางต้นทุนถั่วลิสงฝักสด 1 ไร่
| รายการ | ประมาณการ (บาท) |
|---|---|
| ไถดะ ไถแปร และเตรียมแปลง | 1,500 |
| เมล็ดพันธุ์ 15–25 กก. ตามขนาดเมล็ด | 2,200 |
| ไรโซเบียมและวัสดุคลุกเมล็ด | 300 |
| ปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดิน | 1,200 |
| ให้น้ำและพลังงาน | 700 |
| กำจัดวัชพืช โรคและแมลง | 1,700 |
| แรงงานปลูก ดูแล ถอน และปลิดฝัก | 4,200 |
| คัด บรรจุ และขนส่ง | 700 |
| รวม | 12,500 |
ต้นทุนตัวอย่างนี้ใกล้เคียงกรณีตัวอย่างของสำนักงานเกษตรอำเภอพระพุทธบาทที่รายงานต้นทุน 12,190 บาทต่อไร่ โดยค่าเก็บเกี่ยวเป็นสัดส่วนสูง หากมีเครื่องปลิดฝัก ใช้แรงงานครอบครัว หรือรวมกลุ่มใช้เครื่องจักร ต้นทุนอาจลดลง แต่ควรคิดค่าแรงและค่าเสื่อมเครื่องมือไว้เพื่อให้เห็นกำไรจริง
รายได้ กำไร และจุดคุ้มทุน
ตารางนี้ใช้ผลผลิตขายได้ 600 กิโลกรัมฝักสดต่อไร่ และต้นทุน 12,500 บาท ตัวเลข 600 กิโลกรัมเป็นระดับที่แปลงจัดการดีอาจทำได้ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยที่รับประกัน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเคยรายงานผลผลิตเฉลี่ยพื้นที่เพชรบุรีปี 2566/67 ที่ 411 กิโลกรัมต่อไร่ จึงควรดูทั้งกรณีฐานและกรณีผลผลิตต่ำ
| ราคาฝักสด (บาท/กก.) | รายรับ (บาท) | กำไร/ขาดทุน (บาท) |
|---|---|---|
| 20.00 | 12,000 | -500 |
| 25.00 | 15,000 | 2,500 |
| 31.32 | 18,792 | 6,292 |
| 37.00 | 22,200 | 9,700 |
จุดคุ้มทุนที่ผลผลิต 600 กิโลกรัม: 12,500 ÷ 600 = 20.83 บาทต่อกิโลกรัม
ถ้าผลผลิตเหลือ 411 กิโลกรัม: ราคาคุ้มทุนจะเพิ่มเป็นประมาณ 30.41 บาทต่อกิโลกรัม แสดงให้เห็นว่าการได้ฝักเต็ม ลดฝักลีบ และเก็บเกี่ยวตรงอายุสำคัญพอ ๆ กับราคาขาย
ราคาปี 2569 ต้องอ่านให้ถูกชนิด
รายงานสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ออกอากาศวันที่ 11 มีนาคม 2569 ระบุราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ในสัปดาห์นั้น ได้แก่ ถั่วลิสงทั้งเปลือกสด 31.32 บาท/กิโลกรัม และ ถั่วลิสงทั้งเปลือกแห้ง 74.88 บาท/กิโลกรัม ราคาทั้งสองชนิดเปรียบเทียบตรง ๆ ไม่ได้ เพราะน้ำหนัก ความชื้น คุณภาพ และขั้นตอนหลังเก็บเกี่ยวต่างกัน อีกทั้งราคาเปลี่ยนตามพื้นที่และช่วงเวลา จึงควรใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่ราคาที่รับประกัน
ปฏิทินปลูกถั่วลิสงประมาณ 100 วัน
| ช่วงเวลา | งานสำคัญ |
|---|---|
| ก่อนปลูก 14–7 วัน | ยืนยันตลาด ตรวจดิน ไถพรวน ทำร่องระบายน้ำ ตรวจความพร้อมของน้ำและเมล็ดพันธุ์ |
| วัน 0 | คลุกไรโซเบียมตามคำแนะนำ หยอดเมล็ดในดินชื้น และติดป้ายพันธุ์/วันปลูก |
| วัน 7–20 | ตรวจการงอก ซ่อมหลุมเร็ว กำจัดวัชพืชครั้งแรก สำรวจหนอนและโรคโคนเน่า |
| วัน 21–40 | ช่วงออกดอกและเริ่มแทงเข็ม รักษาความชื้นสม่ำเสมอ กำจัดวัชพืชก่อนเข็มลงดิน และใส่ธาตุอาหารตามผลวิเคราะห์ดิน |
| วัน 41–70 | ช่วงสร้างฝักและเมล็ด ห้ามปล่อยขาดน้ำ ตรวจเพลี้ยไฟ หนอนชอนใบ โรคใบจุด ราสนิม และยอดไหม้ |
| ประมาณวัน 80–100 | สุ่มถอนตรวจความแก่ หากขายฝักสดให้เก็บตามสเปกโรงต้ม ไม่ยึดอายุเพียงอย่างเดียว |
| ประมาณวัน 95–125 | พันธุ์สำหรับฝักแห้งเก็บเมื่อฝักแก่ตามเกณฑ์ ถอนในดินชื้นพอเหมาะ ปลิดและลดความชื้นทันที |
น้ำ: ช่วงแทงเข็มและสร้างฝักห้ามขาด
ถั่วลิสงต้องการดินร่วน ระบายน้ำดี และมีความชื้นพอเหมาะ งานเผยแพร่ภาครัฐระบุการใช้น้ำรวมราว 397–629 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อรอบ แต่ปริมาณจริงขึ้นกับดิน ฝน และวิธีให้น้ำ จุดสำคัญคืออย่าปล่อยให้ขาดน้ำในช่วงออกดอก แทงเข็ม สร้างฝัก และเติมเมล็ด ขณะเดียวกันน้ำขังทำให้รากขาดอากาศ ฝักเน่า และถอนเก็บยาก
- ตรวจความชื้นจากดินจริงก่อนให้น้ำ ไม่ยึดตารางตายตัว
- พื้นที่หลังนาต้องเปิดทางระบายน้ำเผื่อฝนหลงฤดู
- ช่วงใกล้เก็บเกี่ยวลดน้ำตามสภาพแปลง แต่ไม่ปล่อยดินแข็งจนถอนแล้วฝักขาด
ปุ๋ย ไรโซเบียม และแคลเซียม
ถั่วลิสงเป็นพืชตระกูลถั่วที่อยู่ร่วมกับแบคทีเรียไรโซเบียมในปมราก จึงไม่ควรเร่งปุ๋ยไนโตรเจนโดยไม่ตรวจดิน การคลุกเชื้อไรโซเบียมที่ถูกชนิดช่วยการตรึงไนโตรเจน โดยต้องเก็บเชื้อให้พ้นแดด คลุกเมล็ดในที่ร่ม และปลูกเร็วตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์
แคลเซียมมีความสำคัญต่อการสร้างฝักและเมล็ด เพราะเข็มและฝักดูดแคลเซียมจากดินบริเวณติดฝักโดยตรง แต่การใส่ปูนหรือยิปซัมควรอิงผลวิเคราะห์ดิน ไม่ใส่ตามสูตรเดียวทุกแปลง ส่วนปุ๋ยหลักควรแบ่งตามความอุดมสมบูรณ์ ประวัติแปลง และคำแนะนำเฉพาะพื้นที่
วัชพืช โรค และแมลงที่ต้องเฝ้าระวัง
- วัชพืช: คุมให้ได้ในช่วงต้นก่อนทรงพุ่มปิด โดยเฉพาะก่อนและระหว่างแทงเข็ม หลีกเลี่ยงพรวนลึกหลังเข็มลงดินเพราะทำลายฝักอ่อน
- โรคโคนเน่าและรากเน่า: ใช้เมล็ดแข็งแรง ระบายน้ำดี ไม่ปลูกลึก และหมุนเวียนพืช
- โรคใบจุดและราสนิม: สำรวจใบล่างเป็นประจำ ลดเศษซากพืชป่วย และหลีกเลี่ยงปลูกซ้ำในแปลงเดิม
- โรคยอดไหม้และไวรัส: ใช้พันธุ์เหมาะสม ถอนต้นป่วย และจัดการแมลงพาหะอย่างมีเหตุผล
- เพลี้ยไฟ หนอนชอนใบ หนอนกัดกินใบ และเสี้ยนดิน: สำรวจแปลงก่อนเลือกวิธีควบคุม ไม่พ่นสารตามปฏิทินโดยไม่พบการระบาด
หากต้องใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับพืชและศัตรูเป้าหมาย ใช้ตามฉลาก สวมอุปกรณ์ป้องกัน และเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวให้ครบ
วิธีตัดสินวันเก็บเกี่ยว
อย่าใช้อายุบนซองเมล็ดอย่างเดียว เพราะอากาศ น้ำ และวันปลูกทำให้ความแก่คลาดเคลื่อนได้ กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้สุ่มถอนหลายจุดแล้วแกะดูด้านในเปลือกฝัก หากพื้นที่ด้านในเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำประมาณ 60–70% แสดงว่าเหมาะกับการเก็บฝักแห้ง ส่วนตลาดฝักสดควรตรวจความเต็มของเมล็ดและสเปกโรงต้มเป็นหลัก
- ให้น้ำหรือรอให้ดินมีความชื้นพอถอนง่าย แต่ไม่แฉะ
- ถอนหรือขุดอย่างระมัดระวัง ลดฝักขาดคาดิน
- ปลิดฝักภายในวันเดียวกัน หากยังไม่ปลิดให้เรียงต้นหงายฝักและห้ามกองสุม
- แยกฝักเน่า แตก ลีบ และมีเชื้อราออกทันที
การตากและป้องกันอะฟลาทอกซิน
ถั่วลิสงแห้งที่ลดความชื้นช้าหรือเก็บในที่อับมีความเสี่ยงต่อเชื้อราและสารอะฟลาทอกซิน ซึ่งไม่สามารถแก้ด้วยการคั่วธรรมดาได้ทั้งหมด หลังปลิดฝักต้องรีบทำความสะอาดและตากหรืออบทันที แนวทางการผลิตเมล็ดพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรแนะนำลดความชื้นให้ต่ำกว่า 9% สำหรับการเก็บรักษา เกลี่ยฝักบางประมาณไม่เกิน 2.5 เซนติเมตร กลับทุก 2–3 ชั่วโมง หรืออบด้วยลมร้อนที่อุณหภูมิไม่เกิน 45 องศาเซลเซียสเมื่อเป็นเมล็ดพันธุ์
เก็บฝักแห้งบนแคร่สูงจากพื้น ไม่ชิดผนัง ในโรงเก็บสะอาด แห้ง โปร่ง และป้องกันหนู ห้ามวางใกล้ปุ๋ยหรือสารเคมี หากจำหน่ายเพื่อบริโภคต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้รับซื้อและมาตรฐานอาหารที่เกี่ยวข้อง
แผนตลาดสำหรับเกษตรกร 1 ไร่
- โรงต้มถั่วลิสง: เหมาะกับฝักสด ปริมาณออกพร้อมกัน ต้องตกลงพันธุ์ วันส่ง และเกณฑ์คัดก่อนปลูก
- ตลาดสด/ขายตรง: เพิ่มราคาต่อกิโลกรัมได้ แต่มีค่าแรงต้ม บรรจุ ขาย และสินค้าคงเหลือ
- ผู้รวบรวมฝักแห้ง: สะดวก แต่ต้องทราบเงื่อนไขความชื้น สิ่งเจือปน และการหักน้ำหนัก
- เมล็ดพันธุ์: ราคาสูงกว่าได้ แต่ต้องรักษาความบริสุทธิ์ ความงอก และมาตรฐาน ไม่ควรอ้างเป็นเมล็ดพันธุ์โดยไม่มีระบบควบคุมคุณภาพ
เช็กลิสต์ก่อนลงทุน
- รู้ว่าจะขายฝักสดหรือฝักแห้ง และมีผู้รับซื้ออย่างน้อย 2 ช่องทาง
- เลือกพันธุ์ตรงกับตลาดและเหมาะกับช่วงปลูก
- เมล็ดพันธุ์ใหม่ ความงอกดี และมีปริมาณพอสำหรับซ่อมหลุม
- แปลงระบายน้ำดี มีน้ำพอในช่วงแทงเข็มและสร้างฝัก
- มีแรงงานหรือเครื่องมือสำหรับถอนและปลิดฝักในช่วงสั้น ๆ
- เตรียมเงิน 12,500 บาทต่อไร่ และเงินสำรองอีก 10–15%
- มีลานตากหรือเครื่องอบพร้อม หากเลือกขายฝักแห้ง
สรุป
แบบจำลองถั่วลิสงฝักสด 1 ไร่ในบทความนี้ใช้ต้นทุน 12,500 บาท ผลผลิตขายได้ 600 กิโลกรัม และมีจุดคุ้มทุน 20.83 บาทต่อกิโลกรัม หากขายใกล้ราคาอ้างอิงฝักสดเดือนมีนาคม 2569 ที่ 31.32 บาทต่อกิโลกรัม จะมีรายรับ 18,792 บาทและเหลือประมาณ 6,292 บาทก่อนค่าเช่าที่และดอกเบี้ย แต่ถ้าผลผลิตลดเหลือ 411 กิโลกรัม จุดคุ้มทุนจะเพิ่มเป็น 30.41 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นคำตอบว่า “ปลูกถั่วลิสงกำไรไหม” ต้องดูพร้อมกัน 4 เรื่อง ได้แก่ ตลาด พันธุ์ ผลผลิตขายได้ และค่าแรงเก็บเกี่ยว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร: ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2569
- กรมวิชาการเกษตร: พันธุ์ถั่วลิสงและอายุเก็บเกี่ยว
- ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชขอนแก่น: การผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงคุณภาพสูง
- สำนักงานเกษตรอำเภอพระพุทธบาท: กรณีตัวอย่างต้นทุนและผลผลิตถั่วลิสง
- ห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย: สถานการณ์ถั่วลิสงและตลาดพื้นที่เพชรบุรี
อุปกรณ์และวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการปลูกถั่วลิสง
เลือกเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และวัสดุปรับปรุงดินให้เหมาะกับสภาพแปลง พร้อมตรวจรายละเอียดก่อนสั่งซื้อ
